เบนท์ลีย์เพิ่มสมาชิกใหม่ในตระกูล Continental ด้วยรุ่น GT V8 S ล่าสุด โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 เวอร์ชั่น ได้แก่รุ่นคูเป้ และรุ่นเปิดประทุน โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ Twin-turbo ขนาด 4 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 521 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 680 นิวตัน-เมตร ระบบช่วงล่างปรับเปลี่ยนใหม่ รวมถึงเพิ่มสีภายนอกและภายในห้องโดยสารเพื่อเพิ่มจุดเด่นด้วยเช่นกัน

     GT V8 S ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด เสริมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เน้นการจายแรงบิดไปทางด้านหลัง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่รุ่นคูเป้ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 309 กม./ชม. ส่วนสมรรถนะของรุ่นเปิดประทุนน่าประทับใจเช่นกัน โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 308 กม./ชม. อีกทั้งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอย่างยิ่ง โดยหากเติมน้ำมันเต็มถัง จะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 805 กิโลเมตรเลยทีเดียว

    การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวถัง Continental จะทำให้รถมีสมรรถนะดียิ่งขึ้นและสามารถควบคุมรถได้ง่าย เหมาะสมกับเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูง โดยหากตั้งค่าในรูปแบบสปอร์ต จะลดความสูงของตัวถังลงมา 10 มม.ทั้งด้านหน้าและหลัง ขณะที่ค่าความอ่อน-แข็งคงที่ของสปริงจะยุบตัวเป็นสัดส่วนตามน้ำหนักที่กดทับและบาร์ป้องกัน (Anti-roll bar) ไม่เพียงเท่านี้ เบนท์ลีย์ยังทำการตั้งค่าโช็คอัพ, พวงมาลัย และระบบ ESC ใหม่ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ในการขับขี่สูงสุด

การออกแบบเน้นความเฉียบคมและเต็มไปด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสไตล์สปอร์ต แพ็คเกจตกแต่งตัวรถส่วนล่างมาพร้อมการลดระดับช่วงล่างลง รวมถึงครีบด้านข้างและครีบกระจายอากาศด้านหน้าที่สง่างามสีดำ Beluga Glass Black บนล้อขนาด 20 นิ้ว ที่ออกแบบมาสำหรับรุ่น V8 S เท่านั้น คาลิปเปอร์เบรกสีแดง โลโก้ ‘V8 S’ จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นสปอร์ตอย่างแท้จริง ปลายท่อออกมาในรูปแบบสปอร์ตใหม่ล่าสุด

ภายในห้องโดยสารของ V8 S แสดงถึงความทันสมัยและหรูหราตามแบบฉบับของเบนท์ลี่ย์ พร้อมห้องโดยสารด้านในแบบทูโทน สีขอบตกแต่งภายในห้องโดยสารสามารถเลือกได้กว่า 17 สี GT V8 S Coupe ยังมีความโดดเด่นด้วยเส้นขอบตัดภายในที่โดดเด่น และตัดกับเส้นลายหลังคาได้อย่างหรูหราและสง่างาม ปุ่มสวิทช์ไปจนถึงก้านเกียร์รวมถึงปุ่มควบคุมเบาะพ่นลมมีความสง่างาม ตัดกับลายไม้ Piano Black ได้อย่างลงตัว

ที่มา : http://auto.sanook.com/7153/